4 ขั้นตอนสำคัญในการดูแลรักษาโรคเบาหวาน | ศูนย์รวมข่าวบันเทิงไทย เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ฮอลิวูด TalkDara.com
ศูนย์รวมข่าวบันเทิงไทย เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ฮอลิวูด TalkDara.com  
หน้าแรก » สุขภาพ » 4 ขั้นตอนสำคัญในการดูแลรักษาโรคเบาหวาน
4 ขั้นตอนสำคัญในการดูแลรักษาโรคเบาหวาน
โพสต์ 16 มีนาคม 2562 17:15:32 น. เข้าชม 64 ครั้ง

ขั้นตอนในการดูแลรักษาโรคเบาหวาน มี 4 ขั้นตอนด้วยกัน  การเรียนรู้และทำความเข้าใจในแต่ละขั้นตอนจะให้คุณสามารถอยู่กับโรคเบาหวานได้ และลดโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อน

ขั้นตอนที่ 1 เรียนรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานคืออะไร

โรคเบาหวานมีอยู่ 3 ชนิดหลัก ได้แก่:

  • โรคเบาหวานชนิดที่ 1 – ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดนี้ ร่างกายจะไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้ ทำให้เกิดปัญหาขึ้น เพราะร่างกายต้องการอินซูลินในการนำน้ำตาลจากอาหารที่คุณรับประทานเปลี่ยนเป็นพลังงานให้กับร่างกาย  ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่  1 จะต้องได้รับยาฉีดอินซูลินทุกวันเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ได้
  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2 – โรคเบาหวานประเภทนี้ ร่างกายจะไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เพียงพอ หรือสร้างแล้วแต่ร่างกายนำอินซูลินไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ หรือไม่มีประสิทธิภาพพอ  ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะต้องได้รับยารับประทานรักษาโรคเบาหวาน หรือยาฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด  โรคเบาหวานชนิดนี้เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด
  • โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ – ผู้หญิงบางคนจะเป็นโรคเบาหวานชนิดนี้ขณะตั้งครรภ์ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะหายจากโรคนี้เมื่อคลอดลูกแล้ว แต่ว่าผู้หญิงที่เป็นโรคนี้และลูกที่คลอดออกมาจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานในอนาคตได้

คุณคือคนสำคัญที่มีส่วนในการดูแลรักษา

แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีในการดูแลตนเองที่ดีที่สุดเพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง นอกจากแพทย์แล้วยังมีทีมดูแลสุขภาพอื่นๆ ที่จะคอยช่วยเหลือคุณ ได้แก่

  • ทันตแพทย์
  • แพทย์โรคเบาหวาน
  • นักโภชนาการ
  • จักษุแพทย์ (หมอตา)
  • แพทย์ตรวจเท้า
  • เพื่อนและครอบครัว
  • ผู้ให้คำปรึกษาปัญหาทางจิต
  • พยาบาล
  • ผู้ช่วยพยาบาล
  • เภสัชกร

จำไว้ว่าโรคเบาหวานคือโรคร้ายแรง

บางครั้งคุณอาจได้ยินบางคนพูดว่า “โรคเบาหวานเป็นโรคไม่ร้ายแรง” หรือ “น้ำตาลสูงนิดเดียว” ซึ่งทำให้รู้สึกว่าโรคเบาหวานไม่ใช่โรคร้ายแรง ซึ่งไม่จริง!  ความจริงแล้วโรคเบาหวานเป็นโรคร้ายแรง แต่คุณสามารถเรียนรู้ที่จะจัดการดูแลได้

ผู้ป่วยโรคเบาหวานจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของการมีสุขภาพที่ดี เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานยาหรือใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด แน่นอนว่ามันไม่ได้ง่ายที่จะทำ แต่ก็คุ้มค่าที่จะทำ

ทำไมถึงต้องดูแลรักษาโรคเบาหวาน

การดูแลตนเองและการจัดการเกี่ยวกับโรคเบาหวานจะช่วยให้คุณรู้สึกดีทั้งในวันนี้และในอนาคต เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดใกล้เคียงค่าปกติแล้ว คุณจะ:

  • รู้สึกมีพลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ
  • ไม่ค่อยอ่อนเพลีย หรือเหนื่อยง่าย
  • ปัสสาวะน้อยลง
  • แผลหายเร็ว
  • ไม่ค่อยติดเชื้อที่ผิวหนัง หรือกระเพาะปัสสาวะ

และยังช่วยให้คุณมีความเสี่ยงต่ำต่อปัญหาสุขภาพที่เกิดจากโรคเบาหวาน เช่น

  • หัวใจวาย หรือ โรคหลอดเลือดสมอง
  • ปัญหาที่ตา ทำให้การมองเห็นไม่ชัด หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นตาบอด
  • ปวด ชา ที่มือ เท้า ซึ่งหมายถึงเส้นประสาทถูกทำลาย
  • ปัญหาที่ไต ซึ่งอาจทำให้ไตหยุดการทำงาน
  • ปัญหาโรคเหงือกและฟัน

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

  • สอบถามชนิดของโรคเบาหวานที่คุณเป็นกับแพทย์ของคุณ
  • เรียนรู้เกี่ยวกับช่องทางในการรับการช่วยเหลือและสนับสนุนในการรักษาโรคเบาหวาน
  • เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีในการดูแลตนเองเกี่ยวกับโรคเบาหวาน เพื่อให้คุณรู้สึกดีทั้งในวันนี้และในอนาคต

ขั้นตอนที่ 2 เรียนรู้เกี่ยวกับหลักการ ABCs

อย่าลืมที่จะพูดคุยกับทีมแพทย์ที่ดูแลรักษาคุณเกี่ยวกับวิธีในการควบคุมระดับน้ำตาลสะสม (A1C), ระดับความดันโลหิต (Blood pressure) และ ระดับไขมันคอเลสเตอรอล (Cholesterol) ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และโรคแทรกซ้อนของเบาหวานโรคอื่นๆ

A: A1C test (ระดับน้ำตาลสะสม)

คืออะไร?

ระดับน้ำตาลสะสม หรือ A1C คือระดับน้ำตาลเฉลี่ยในเลือดในช่วงระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งแตกต่างจากค่าระดับน้ำตาลในเลือดที่คุณตรวจทุกวัน

สำคัญอย่างไร?

คุณจำเป็นต้องรู้ค่าระดับน้ำตาลในเลือดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยระดับน้ำตาลนี้จะต้องไม่สูงเกินไป เพราะมันจะส่งผลต่อหัวใจ หลอดเลือด ไต เท้า และตา ของคุณ

เป้าหมายของระดับน้ำตาลสะสมคือเท่าใด?

ผู้ป่วยโรคเบาหวานโดยทั่วไปจะมีเป้าหมายของระดับน้ำตาลสะสมที่ น้อยกว่า 7% แต่ว่าบางคนอาจจะแตกต่างไปจากนี้ได้ จึงให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งว่าเป้าหมายของคุณคือเท่าใด

B: Blood pressure (ระดับความดันโลหิต)

คืออะไร?

ความดันโลหิตคือแรงของเลือดที่กระทำต่อผนังของหลอดเลือดคุณ

สำคัญอย่างไร?

ถ้าความดันโลหิตสูงกว่าปกติ จะทำให้หัวใจทำงานหนัก และทำให้เกิดหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และส่งผลเสียต่อไต และดวงตาของคุณ

เป้าหมายในการควบคุมความดันโลหิตคือเท่าใด?

เป้าหมายในการควบคุมความดันโลหิตในผู้ป่วยเบาหวานโดยทั่วไปคือ น้อยกว่า 140/90  แต่ว่าแต่ละคนอาจมีเป้าหมายที่แตกต่างกันได้ จึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อทราบค่าเป้าหมายของตัวคุณเอง

C: Cholesterol (ระดับไขมันคอเลสเตอรอล)

คืออะไร?

ไขมันคอเลสเตอรอลมีอยู่ 2 ชนิด คือ แอลดีแอล (LDL) และ เอชดีแอล (HDL)

LDL หรือ “ไขมันเลว” เป็นไขมันคอเลสเตอรอลที่สามารถทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมองตามมาได้

HDL หรือ “ไขมันดี” เป็นไขมันที่จะช่วยกำจัดไขมันเลวออกจากเส้นเลือดของคุณ

เป้าหมายในการควบคุม LDL และ HDL คือเท่าใด?

ให้สอบถามจากแพทย์ที่ดูแลคุณว่าเป้าหมายในการควบคุมคือเท่าใด เพราะแต่ละคนจะมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน  ถ้าคุณมีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป คุณอาจจำเป็นต้องได้รับยา “สะแตติน” เพื่อสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

  • สอบถามทีมแพทย์ที่ดูแลรักษาคุณ: สอบถามเป้าหมายในการควบคุมระดับน้ำตาลสะสม ระดับความดันโลหิต และระดับไขมันคอเลสเตอรอลที่เหมาะสมสำหรับคุณ  ค่าเป้าหมายของระดับน้ำตาลสะสมจะขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นโรคเบาหวานมาเป็นระยะเวลานานเท่าใด ปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่เป็นร่วมด้วย และความยากในการควบคุมโรคเบาหวานที่คุณเป็น   ที่สำคัญคือจะต้องถามถึงวิธีในการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมว่าจะต้องทำอย่างไร จึงจะทำให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด

ขั้นตอนที่ 3 เรียนรู้วิธีในการอยู่กับโรคเบาหวาน

มันเป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกเศร้าเสียใจ หรือโกรธ เมื่อคุณรู้ตัวว่าคุณเป็นโรคเบาหวาน คุณอาจจะรู้ถึงวิธีในการดูแลรักษาโรคเบาหวานเพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง แต่บางครั้งเมื่อเวลาผ่านไปก็อาจจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับความเข้มงวดในการทำตามแผนการรักษาก็ได้  ดังนั้นจะขอกล่าวถึงวิธีการรับมือกับโรคเบาหวาน, การรับประทานอาหารที่ดี, และการออกกำลังกาย

การรับมือกับโรคเบาหวาน

  • ความเครียดจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น  จึงขอแนะนำวิธีการจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้น คือ พยายามหายใจเข้าออกลึก ๆ หรือหาเวลาว่างไปทำสวย เดินเล่น นั่งสมาธิ ทำงานอดิเรก หรือฟังเพลงที่ชอบ
  • หากคุณรู้สึกซึมเศร้า แนะนำให้ขอคำปรึกษาจากจิตแพทย์ เพื่อน หรือคนในครอบครัว พวกเขาเหล่านั้นพร้อมจะรับฟังคุณ และจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น

การรับประทานอาหารที่ดี

  • วางแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเบาหวานร่วมกับทีมแพทย์ที่ดูแลรักษา
  • เลือกอาหารที่มีพลังงานต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานซ์ น้ำตาล และเกลือ
  • รับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ด ผักต่างๆ
  • เลือกรับประทานอาหาร เช่น ผลไม้ไม่หวานจัด ผัก ธัญพืชเต็มเมล็ด ขนมปังโฮลวีท นมไขมันต่ำ นมพร่องมันเนย และชีส
  • ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำผลไม้หรือน้ำโซดา
  • เมื่อคุณรับประทานอาหาร แนะนำให้ครึ่งหนึ่งของจานเป็นผักและและผลไม้ , 1 ใน 4 ของจานให้เป็นโปรตีน เช่น ถั่ว หรือไก่ไม่มีหนัง และ 1 ใน 4 ที่เหลือเป็นธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวกล้อง หรือ พาสต้าโฮลวีท เป็นต้น

การออกกำลังกาย

  • ตั้งเป้าหมายของการออกกำลังกาย หรือการเคลื่อนไหวร่างกายที่มากขึ้น โดยให้มีจำนวนวันต่อสัปดาห์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในช่วงแรกให้เริ่มจากการเดิน 10 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ แล้วค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • ออกกำลังกายโดยการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เช่น ยางยืดออกกำลังกาย โยคะ วิดพื้น ทำสวนหนัก เช่น ขุดดิน หรือปลูกต้นไม้ด้วยเครื่องมือ
  • ควบคุมหรือลดน้ำหนักตัวให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมเพื่อให้มีสุขภาพดี โดยการรับประทานอาหารตามแผนที่กำหนด และเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกาย

สิ่งที่ต้องทำทุกๆ วัน

  • รับประทานยา หรือใช้ยารักษาโรคเบาหวาน หรือโรคอื่นๆ ตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด แม้ว่าคุณจะรู้สึกสบายดีก็ตาม  แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หากคุณต้องการยาแอสไพรินเพื่อป้องกันโรคหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง  และแจ้งแพทย์ทราบหากคุณไม่สามารถจ่ายค่ายาได้ หรือเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยา
  • ตรวจเท้าทุกวันว่ามีบาดแผลใดๆ จุดบวมแดงหรือไม่ หากมีแล้วแผลไม่สามารถหายได้เอง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
  • แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวันเพื่อรักษาสุขภาพช่องปาก ฟัน และเหงือก
  • เลิกบุหรี่
  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองทุกวัน ซึ่งอาจมากกว่าวันละ 1 ครั้ง และจดบันทึกระดับน้ำตาลทุกครั้ง และเมื่อไปพบแพทย์ตามนัด ให้นำบันทึกระดับน้ำตาลนี้ไปให้แพทย์ดูด้วย
  • วัดระดับความดันโลหิต ถ้าแพทย์แนะนำให้คุณวัดและจดบันทึก

พูดคุยกับทีมแพทย์ที่ดูแลคุณ

  • สอบถามแพทย์ที่ดูแลรักษาคุณ หากคุณมีข้อคำถามใดๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวาน
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากสุขภาพของคุณมีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตาม
  • สอบถามทีมแพทย์เกี่ยวกับการวางแผนรับประทานอาหารสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับโรคเบาหวาน
  • สอบถามเกี่ยวกับวิธีในการออกกำลังกาย การเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกาย
  • สอบถามเกี่ยวกับระยะเวลา ความถี่ในการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด และเมื่อได้ผลแล้วจะจัดการดูแลโรคเบาหวานอย่างไร
  • เมื่อไปพบแพทย์ทุกครั้งให้สอบถามทีมแพทย์ที่ดูแลรักษาท่านเกี่ยวกับแผนการรักษา ว่าปัจจุบันแผนนี้ดีแล้วหรือยัง หรือต้องมีการปรับเปลี่ยนใดๆ

ขั้นตอนที่ 4 เข้ารับการตรวจเป็นประจำ เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี

เข้ารับการตรวจติดตามโดยแพทย์เป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อค้นหาปัญหาและรักษาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในระยะเริ่มต้น

ทุกครั้งที่มาพบแพทย์ คุณจะต้อง:

  • ได้รับการตรวจวัดความดันโลหิต
  • ได้รับการตรวจเท้า
  • ชั่งน้ำหนัก
  • ทบทวนแผนการรักษา

2 ครั้งต่อปี คุณจะต้อง:

  • ตรวจระดับน้ำตาลสะสม ซึ่งอาจจะต้องตรวจถี่มากกว่านี้หากระดับน้ำตาลสะสมของคุณมากกว่า 7%

ปีละ 1 ครั้ง คุณจะต้อง:

  • ตรวจระดับไขมันคอเลสเตอรอล
  • ตรวจเท้าอย่างละเอียด
  • ตรวจสุขภาพช่องปากโดยทันตแพทย์
  • ตรวจตาโดยละเอียดโดยจักษุแพทย์
  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
  • ตรวจปัสสาวะและตรวจเลือดเพื่อเช็คการทำงานของไต

อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต:

  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

  • สอบถามทีมแพทย์ที่ดูแลรักษาคุณเกี่ยวกับการตรวจติดตามที่เหมาะสมสำหรับคุณ และความหมายของผลการตรวจต่างๆ
  • จดบันทึกวันนัดหมายเข้าพบแพทย์ครั้งถัดไปไว้เสมอเพื่อเตือนความจำ

ข้อควรจำ

  • คุณคือหนึ่งในบุคคลสำคัญของทีมดูแลรักษา
  • ปฏิบัติตาม 4 ขั้นตอนนี้เพื่อช่วยให้คุณจัดการดูแลรักษาโรคเบาหวานได้อย่างเหมาะสม
  • เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีในการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมให้ได้ตามเป้าหมาย
  • หากต้องการความช่วยเหลือ ให้สอบถามทีมแพทย์ที่ดูแลคุณ

 

https://www.niddk.nih.gov/health-information/diabetes/overview/managing-diabetes/4-steps

ด้วยรัก

ดร.รภัทร


โพสต์ : กระต่าย

โพสต์ 16 มีนาคม 2562 17:15:32 น. เข้าชม 64 ครั้ง
TAG : โรคเบาหวาน, ดร.รภัทร, ลดโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อน, Diabetes, ดร.รภัทร เอกนิธิเศรษฐ์, Stop diabetes,
  4 ขั้นตอนสำคัญในการดูแลรักษาโรคเบาหวาน 
ข่าวที่เกียวข้อง »
ทำไมถึงห้ามตีจมูกน้องหมา   ทำไมถึงห้ามตีจมูกน้องหมา
4 ขั้นตอนสำคัญในการดูแลรักษาโรคเบาหวาน   4 ขั้นตอนสำคัญในการดูแลรักษาโรคเบาหวาน
วิธีจัดการผิวไหม้แดด ด้วย 7 วิธีสุดเจ๋ง   วิธีจัดการผิวไหม้แดด ด้วย 7 วิธีสุดเจ๋ง
แนะตรวจน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ ลดเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน   แนะตรวจน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ ลดเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน
10 ประโยชน์ของการบูร กลิ่นหอมชื่นใจ บำรุงร่างกายก็ดี   10 ประโยชน์ของการบูร กลิ่นหอมชื่นใจ บำรุงร่างกายก็ดี
อะโวคาโด ดีต่อสุขภาพของเรายังไง ไปดูกันค่ะ   อะโวคาโด ดีต่อสุขภาพของเรายังไง ไปดูกันค่ะ
โกจิเบอร์รี่ หรือ เก๋ากี้ เพื่อดวงตาที่สดใส   โกจิเบอร์รี่ หรือ เก๋ากี้ เพื่อดวงตาที่สดใส
สวยได้อีก!!! ตุ๊ก ชนกวนัน ดอดอัพหน้า เสริมโหงวเฮ้ง เรียกงาน เรียกเงิน หวังหาทรัพย์เลี้ยงลูก   สวยได้อีก!!! ตุ๊ก ชนกวนัน ดอดอัพหน้า เสริมโหงวเฮ้ง เรียกงาน เรียกเงิน หวังหาทรัพย์เลี้ยงลูก
สาวๆ หนุ่มๆ จ๋า มารู้จักโรคลมแดด กันค่า Heatstroke   สาวๆ หนุ่มๆ จ๋า มารู้จักโรคลมแดด กันค่า Heatstroke
มารู้จักประโยชน์ของขิง กันค่ะ สาวๆ   มารู้จักประโยชน์ของขิง กันค่ะ สาวๆ
9  วิธีการดูแลตนเองอย่างถูกต้องสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน   9 วิธีการดูแลตนเองอย่างถูกต้องสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
10 ประโยชน์ของน้ำมะพร้าว   10 ประโยชน์ของน้ำมะพร้าว
ขึ้น ลง บันได...เติมเต็มสุขภาพที่ดี   ขึ้น ลง บันได...เติมเต็มสุขภาพที่ดี
หยุดกล่องโฟมใส่อาหาร..หยุดโรคร้าย   หยุดกล่องโฟมใส่อาหาร..หยุดโรคร้าย
แสงสีฟ้าจากสมาร์ทโฟน อันตรายไม่น้อย   แสงสีฟ้าจากสมาร์ทโฟน อันตรายไม่น้อย

ศูนย์รวมข่าวบันเทิงไทย เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ฮอลิวูด TalkDara.com  
Copyright © 2012 ศูนย์รวมข่าวบันเทิงไทย เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ฮอลิวูด TalkDara.com All right reserved
นโยบายการให้บริการ ติดต่อลงโฆษณา ติดต่อเรา เว็บเพื่อนบ้าน
Design By TALKDARA.COM